2011/Oct/05

บางทีเราก็อ่อนข้อกับตัวเองมากเกินไป จนเรามักจะแสดงความอ่อนแออยู่เสมอ
มักจะหาพวก และยอมแพ้ต่อความเคยชิน 

2010/Nov/18

3 ปี...ที่ผมไม่ได้อัพเดทบลอกนี้
 เป็น 3 ปีที่มีเรื่องราวมากมาย...เด็กน้อยคนเดิมที่เคยมีความฝันและทิ้งความฝันเพราะบางอย่าง บัดนี้ฝันนั้นได้กลับกลายเป็นฝันร้ายและย้อนมาเล่นงานเขา 
มหาลัยเป็นวัยที่ใครหลายๆคนใฝ่ฝัน ทุกคนมักได้ฟังคำบอกเล่าจากผู้มีประสบการณ์ทั้งหลายว่าเป็นช่วงชีวิตที่มันมันส์แค่ไหน ผู้ใหญ่หลายท่านเคยกล่าวไว้ว่าให้ตักตวงช่วงเวลาช่วงนี้ให้ดี มันเป็นความทรงจำที่ดีทีสุดช่วงนึงเลยก็ว่าได้
3 ปีก่อนผมเคยอยากเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังแห่งหนึ่ง แม้ผมจะขี้เกียจเพียงไหนแต่ก็พยายามมาโดยตลอดจวบจนกระทั่งผมได้พบกับสิ่งที่เรียกว่า"ความรัก"ซึ่งแท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงสิ่งที่อุปโลกขึ้นมาเท่านั้น ผมมัวเมาไปกับมันจนในที่สุดผมไม่สนใจว่าผมจะได้เรียนที่ไหน ไม่สนใจแล้วว่าวันข้างหน้าจะเป็นไง ขอแค่ให้ได้เสพย์สุขกับความรักไปแบบนี้ก็พอ นั่นทำให้ผมต้องมาเรียนที่สถาบันแถบชานเมืองซึ่งคณะที่ผมเรียนผมยังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ชีวิตผมผกผันไปจากเด็กที่ชอบวาดการ์ตูนต้องมานั่งยิงตีฟ ต้องสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของสเปซ ต้องปรับเปลี่ยนมุมมองของศิลปะใหม่ ช่างไม่เหมาะกับผมโดยแท้แต่แม้สิ่งที่เรียนจะมีอุปสรรคมากเพียงใดผมก็ยังไม่ใส่ใจเพราะผมยังไม่สามารถตื่นจากภาพลวงที่เรียกว่ารักได้ และแล้วชีวิต ปี 1 ก็ผ่านไปแบบเบลอๆ...
ก่อนขึ้นปี 2 ความไม่แน่นอนก็มาเยือนผม เพียงถ้อยคำแสลงหูจากมารดาผู้ให้กำเนิดทะลวงเข้าไปผสมกับอารมณ์โมโหร้ายของผม วันนั้นผมจึงเลือกเดินออกมาจากบ้านและไปทำงานกับญาติท่านนึง เทอมนั้นผมดรอปเรียนไป ด้วยความห่างของระยะทางและเวลาได้พรากสิ่งที่ผมเคยเข้าใจว่าความรักไป ตอนนั้นทุกสิ่งอย่างมันช่างมืดมัวราวกับดวงอาทิตย์ถูกขโมยไป ผมเสียงาน เสียเวลา เสียน้ำตาและหลายอย่างไปในคราเดียวกัน ผมใช้เวลาพักใหญ่ๆจนเริ่มเลียแผลใจได้ในระดับหนึ่งผมก็เริ่มรู้สึกคิดถึงที่เรียน ท้ายที่สุด..เมื่อขึ้นเทอม 2 ผมขอค่าเทอมจากแม่เพื่อกลับมาเรียนแต่ดรอปวิชานอกสาขาไปเพื่อที่จะทำงานไปด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผมไม่กลับมาเรียนเต็มตัว นั่นก็เพราะผมจำต้องช่วยญาติท่านดังกล่าวทำงานเนื่องจากเค้าไม่มีแรงงานเพียงพอ ชีวิตเทอม 2 ของผมๆไม่ค่อยชินเท่าไหร่นักเพราะระยะทางระหว่างที่ทำงานกับที่เรียนช่างไกลกันนัก แต่ผมก็พยายามปรับตัว แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็กลับมาเยือนผมอีกครั้ง ผมถูกตำหนิจากเจ้านายหรือญาติท่านดังกล่าวการถูกตะคอกต่อหน้าธารกำนัลมันทำให้ผมเหลืออดจนลาออกมาและถูกตัดขาดออกจากวงษ์ศาคณาญาติ เรียกได้ว่าแทบไม่ไปเผาผีกันเลยทีเดียว ผมเลยได้กลับมาเรียนเต็มตัวแต่วิชาที่ดรอปไปแล้วก็ไม่อาจถอนกลับมาได้
ปี 3 เทอม 1 ทุกอย่างเกือบจะราบรื่น ผมลืมความฝันในวัยเยาว์ที่อยากวาดการ์ตูนไปเกือบจะหมดแต่ผมก็ไม่ได้รักศาสตร์แห่งการตกแต่งภายในเพิ่มขึ้นสักเซนติเมตร นั่นทำให้ผมทำงานออกมาได้ไม่ดีนักแต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ผมพยายามไปเรียนและส่งงานให้ได้ทุกครั้งแต่พอตอนท้ายเทอม งานผมห่วยคะแนนก็ห่วยตามแม้งานจะครบแต่ผมก็ได้เกรดเลวอยู่ดี อาจารย์เลยยื่นข้อเสนอให้ผมแปลงานภาษาอังกฤษให้แล้วจะเพิ่มเกรดให้ผมๆตอบตกลง
ปี 3 เทอม 2 เริ่มเทอมมาด้วยความรู้สึกแย่สุดๆ ปิดเทอมก็ไม่ได้ปิดเพราะมีโปรเจคให้ยาว และวันแรกผมก็โดนด่าราวกับว่าไปฆ่าพ่อฆ่าแม่ใคร เวลานั้นผมนึกสงสัยว่าผมทำอะไรผิด ผมพยายามทบทวนและไตร่ตรองดูถึงเหตุผลที่ถูกด่า ผมก็ไม่พบอยู่ดีว่าผมทำผิดร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ แต่ก็เอาเถอะไม่เป็นไร เทอมนี้งานเยอะนรกแตก เวลาว่าง = 0 ความคิดเดิมๆเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับผมอีกครั้ง เราทำไปเพื่ออะไรกันนะ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราชอบสักกะนิด จะเหนื่อยทำไปทำไมกันนะ จะคุ้มมั้ยกับการอดนอน 7 - 8 คืน สุดท้ายได้กระดาษแผ่นเดียว ผมเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอๆมันทำให้ผมไม่อยากเรียน ไม่อยากทำงาน และเมื่อถึงเวลาที่กำหนดส่งงานจากปิดเทอม ผมก็ไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนด ผมถูกต่อว่าผ่านทางโซเชียลเนตเวิคที่เรียกว่าเฟซบุค ผมถูกประจานผ่านหน้าโพรไฟล์ของอาจารย์ ผมสมควรได้รับกรรมนี่แล้วหรือ หรือว่ามันมากไป จงเกลียดจงชังอะไรผมหรือเปล่า ผมยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งนึกถึงเวลาที่ผ่านมา เวลาเรียนที่มีแต่ความกดดัน การด่าทอ ผมเริ่มรู้สึกว่าประสบการณ์มหาลัยของผมมันช่างไม่น่าจดจำเอาเสียเลย มันเป็นสถานที่ๆผมอยากจะรีบๆออกไปให้ไวที่สุดและไม่คิดที่จะกลับมาอีกเลย ผมสงสัยว่าผมได้สูญเสียช่วงเวลาดีๆที่ผู้ใหญ่เคยบอกไว้ไปหรือป่าว หากมีโอกาสย้อนเวลาได้ผมอยากจะทำตามฝันสักครั้ง... 

2007/Oct/18

ช่วงนี้ไม่มีงานมาอัพ

 

รอเปิดเทอมก่อน

 

ผมมีโปรเจคย่อยมาให้หาย

คิดถึงแน่

 

อย่าพึ่งลืมกันนะค้าบ

 

SataNg

 

edit @ 18 Oct 2007 14:26:42 by SataNg